การใช้อาหารคีโตเจนิค (Ketogenic Diet) ในการรักษาโรคลมชัก

อาหารคีโตเจนิค (Ketogenic Diet) เป็นอาหารที่มีไขมันสูงและคาร์โบไฮเดรตต่ำ ซึ่งใช้ในการจัดการโรคลมชัก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่การใช้ยาควบคุมอาการชักไม่ได้ผล จุดประสงค์ของอาหารนี้คือการกระตุ้นให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะ คีโตซิส (Ketosis) ซึ่งร่างกายจะเผาผลาญไขมันเป็นพลังงานแทนการใช้คาร์โบไฮเดรต และผลิตสารคีโตนที่มีผลช่วยลดอาการชัก

ประเด็นสำคัญ:

  • กลไกการทำงาน: ภาวะคีโตซิสจะเปลี่ยนแปลงการเผาผลาญในสมอง ซึ่งอาจช่วยลดอาการชัก แม้ว่าจะยังไม่ทราบกลไกแน่ชัด แต่สารคีโตนอาจมีผลทำให้การทำงานของสมองคงที่
  • ประสิทธิภาพ: ประมาณ 30-50% ของผู้ที่มีโรคลมชักชนิดควบคุมได้ยาก (โดยเฉพาะในเด็ก) จะมีอาการชักลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากเริ่มใช้อาหารนี้ และบางรายอาจหายขาดจากอาการชัก
  • ประเภทของอาหารคีโตเจนิค:
    • อาหารคีโตแบบดั้งเดิม: มีไขมันสูงและมีอัตราส่วนไขมันต่อคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่เข้มงวด (มักจะ 4:1)
    • Modified Atkins Diet (MAD): เป็นเวอร์ชันที่เข้มงวดน้อยลง แต่ยังคงมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ
    • Low Glycemic Index Treatment (LGIT): เน้นการเลือกคาร์โบไฮเดรตที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ
    • อาหาร MCT: ใช้น้ำมันไตรกลีเซอไรด์สายกลาง (MCT) ทำให้สามารถบริโภคคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนได้มากขึ้น

ผลข้างเคียง:

แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพ แต่อาหารคีโตเจนิคอาจมีผลข้างเคียง เช่น ท้องผูก คอเลสเตอรอลสูง นิ่วในไต และ การขาดสารอาหาร ดังนั้นการรับประทานอาหารนี้จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลและตรวจสุขภาพอย่างใกล้ชิด

สรุป:

อาหารคีโตเจนิคเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีโรคลมชักที่ไม่ตอบสนองต่อยา โดยเฉพาะในเด็ก แต่จำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและต้องมีการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ